เรียนต่อจีน ปริญญาตรีดีไหม?
รวมข้อดี-ข้อควรระวัง และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
การเรียนต่อปริญญาตรีที่จีน กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักเรียนไทยในช่วงไม่กี่ปี ที่ผ่านมาด้วยคุณภาพการศึกษาที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเกินไป และโอกาสทางอาชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจเรียนต่อจีนควรทำความเข้าใจทั้ง ข้อดีและข้อควรระวังเพื่อประเมินว่าประเทศจีนเหมาะกับเป้าหมายการเรียน และอนาคต ของตนเองหรือไม่
5 ข้อดีของการเรียนต่อปริญญาตรีที่จีน (ทำไมคนถึงไปกันเยอะ?)
1. ค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป
เมื่อเทียบกับการเรียนต่อในยุโรปหรืออเมริกาค่าเทอมและค่าครองชีพในจีนถือว่า ถูกกว่ามาก โดยเฉพาะถ้าเลือกเรียนในเมืองรองคุณสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ ด้วยงบประมาณที่สมเหตุสมผล ประเทศจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก เช่น
- ทุนรัฐบาลจีน (CSC)
- ทุนขงจื๊อ (CIS)
- ทุนจากมหาวิทยาลัย
2. มีทุนการศึกษาให้เลือกเยอะ
รวมถึงหลักสูตร 1+4 ที่ให้เรียนภาษาก่อน 1 ปีแล้วค่อยต่อปริญญาตรีอีก 4 ปี เหมาะกับคนที่ยังไม่มีพื้นฐานภาษาจีน
3. ได้ฝึกภาษาจีนจากการใช้ชีวิตจริงทุกวัน
การใช้ชีวิตในประเทศจีนทำให้ต้องใช้ภาษาจีนตลอดเวลา ทั้งในห้องเรียน ร้านอาหาร และการเดินทาง ส่งผลให้ทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียนพัฒนาได้เร็วมาก โดยเฉพาะ ในช่วงปีแรก
4. มหาวิทยาลัยมีคุณภาพและติดอันดับโลก
มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง
- Tsinghua University
- Peking University
มีมาตรฐานการเรียนการสอนระดับสากลและได้รับการยอมรับจากนายจ้างทั่วโลก
5. เพิ่มโอกาสในการหางานหลังเรียนจบ
คนที่จบปริญญาตรีจากจีนมักมีข้อได้เปรียบใน ตลาดงานเพราะได้ทั้งทักษะภาษาจีนและ ความเข้าใจ วัฒนธรรมการทำงานของบริษัทจีนทำให้เป็นที่ต้องการในบริษัทข้ามชาติ และบริษัทไทย–จีน
อยากขอทุนเรียนต่อประเทศจีน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยครับ ☎️ 097-101-9296、091-793-3986
ข้อควรระวังและอุปสรรคที่ต้องเจอ
1. ภาษาจีนอาจเป็นอุปสรรคในช่วงแรก
การเรียนเนื้อหาวิชาการเป็นภาษาจีนอาจยากในช่วงแรกโดยเฉพาะสำหรับคนที่เริ่มจาก ศูนย์ ต้องใช้ความขยันและเวลาในการปรับตัวมากกว่าปกติ
2. การเรียนมีการแข่งขันสูง
นักศึกษาจีนขึ้นชื่อเรื่องความตั้งใจและขยันทำให้บรรยากาศในห้องเรียนค่อนข้างแข่งขันผู้เรียนต้องมีวินัยและรับผิดชอบต่อการเรียนของตัวเอง
3. ต้องปรับตัวกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง
แม้จีนจะอยู่ในเอเชียเหมือนกันแต่รูปแบบการใช้ชีวิต กฎระเบียบ และวัฒนธรรม บางอย่างอาจต่างจากไทยทำให้ช่วงแรกอาจรู้สึกไม่คุ้นเคย
4. การใช้อินเทอร์เน็ตมีข้อจำกัด
แพลตฟอร์มอย่าง Google, Facebook หรือLine ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติในจีน จำเป็นต้องใช้ VPN ซึ่งบางครั้งอาจช้าหรือไม่เสถียร
เรียนต่อจีน ปริญญาตรี เหมาะกับใคร?
1. คนที่มองเห็นโอกาสในอนาคตของจีน
จีนยังคงเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกคนที่อยากทำงานเกี่ยวข้องกับจีน ในอนาคตการไปเรียนที่นั่นถือเป็นการเตรียมตัวล่วงหน้า
2. คนที่อยากเติบโตในสายธุรกิจ เทคโนโลยีหรือการค้าระหว่างประเทศ
สายงานเหล่านี้มีความต้องการคนที่สื่อสารภาษาจีนได้เพิ่มขึ้นทุกปี
3. คนที่พร้อมเปิดใจและปรับตัว
การเรียนต่างประเทศต้องอาศัยความอดทนและการปรับตัวใครที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่และไม่กลัวความท้าทาย จะเหมาะกับการไปเรียนจีนมาก
5 คณะยอดฮิตที่เด็กไทยนิยมไปเรียนต่อจีน
- บริหารธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ:เหมาะกับคนที่อยากทำงานกับบริษัทจีน หรือวางแผนทำธุรกิจในอนาคต
- ภาษาจีนเพื่อธุรกิจ:เน้นการสื่อสารในระดับมืออาชีพ เช่น การเจรจาธุรกิจ การแปลเอกสาร และการประสานงาน
- เศรษฐศาสตร์และการเงิน:ได้เรียนรู้ระบบเศรษฐกิจของจีน รวมถึงแนวโน้มการเงิน ดิจิทัลที่กำลังเติบโต
- การจัดการการท่องเที่ยวและโรงแรม:จีนเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ขนาดใหญ่ ทำให้สาขานี้มีโอกาสในการทำงานสูง
- แพทย์แผนจีน:เป็นศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้รับการรับรองและมีความนิยมสูง ในประเทศไทย
*นอกจากนี้ ยังมีคณะและสาขาให้เลือกเรียนอีกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมศาสตร์ ไอที การออกแบบ หรือสาขาเฉพาะทางอื่น ๆ หากอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะอื่นๆ สามารถคลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลทั้งหมดกับ พี่ ๆ LIFP ได้เลยยย*
Checklist เอกสารสมัครเรียนต่อจีน
- พาสปอร์ต (Passport)
- ใบจบการศึกษา/ใบรับรองคาดว่าจะจบ
- ใบแสดงผลการเรียน (Transcript)
- คะแนนภาษา: HSK (สำหรับหลักสูตรจีน) หรือ IELTS ≥6.0 / TOEFL ≥ 80 (สำหรับหลักสูตรอินเตอร์)
- จดหมายแนะนำ (Recommendation Letters): 2 ฉบับจากอาจารย์/ผู้เชี่ยวชาญ
- แผนการเรียน/เรียงความ (Study Plan)
- ใบตรวจสุขภาพ
- ใบรับรองประวัติอาชญากรรม
- รูปถ่าย: พื้นหลังสีขาว ขนาดวีซ่าจีน 33 มม. x 48มม. (กว้าง x สูง)
- เอกสารสมัครทุน: (ถ้ามี)
Checklist เตรียมตัวก่อนเดินทาง
- วีซ่านักเรียน: ประเภท X1 (เรียน >6 เดือน) หรือX2 (เรียน <6 เดือน)
- เอกสารตอบรับจากมหาวิทยาลัย
- เงินหยวน/บัญชีธนาคาร: แลกเงินสดติดตัว (ประมาณ2,000 หยวน) และเตรียมบัญชีธนาคารที่ใช้งานที่จีนได้
- เตรียมอินเทอร์เน็ต:เลือกแพ็กเกจเน็ตว่าจะเปิดโรมมิ่งเบอร์เดิม หรือซื้อ eSIM/SIM2Fly
- มือถือและแอปพลิเคชัน: โทรศัพท์ที่ใช้งาน WeChatได้, ติดตั้ง VPN, แอพจองตั๋ว/แปลภาษา
- ยารักษาโรค: ยาประจำตัวและยาสามัญ
- เสื้อผ้า: เตรียมตามสภาพอากาศเมืองที่จะไป
สรุป: เรียนต่อปริญญาตรีที่จีนดีไหม?
การเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศจีนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนไทยเนื่องจาก
- ค่าใช้จ่ายไม่สูงเท่าประเทศตะวันตก
- มีทุนการศึกษาให้เลือกหลากหลาย
- มหาวิทยาลัยหลายแห่งได้มาตรฐานระดับโลก
- และมีโอกาสในการทำงานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสำหรับคนที่มีทักษะภาษาจีน
อย่างไรก็ตามคนที่สนใจควรเตรียมตัวเรื่องภาษา การปรับตัวด้านวัฒนธรรมและรูปแบบการเรียนที่ค่อนข้างมีการแข่งขันสูง หากเป็นคนที่เปิดใจพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ และมีเป้าหมายชัดเจนการเรียนต่อจีนก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่ออนาคตได้ ?
ถ้าสนใจเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศจีนและต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถคลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อปรึกษาพี่ ๆ LIFP ได้เลยน้า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q:เรียนต่อจีนปริญญาตรี ต้องใช้ HSK ไหม?
ตอบ:ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เลือกค่ะ
- ถ้าเรียนภาคภาษาจีน: ส่วนใหญ่ต้องใช้ HSK 4 หรือHSK 5
- ถ้าเรียนภาคภาษาอังกฤษ: ไม่ต้องใช้ HSKแต่ต้องมีคะแนน IELTS หรือ TOEFL
Q:ไม่มีพื้นฐานภาษาจีนเลย เรียนต่อจีนได้ไหม?
ตอบ:เรียนได้ค่ะ มี 2 ทางเลือก คือ:
1. สมัครโปรแกรม 1+4 (เรียนปรับพื้นฐานภาษาจีน 1 ปี แล้วต่อปริญญาตรีอีก 4 ปี)
2. เลือกเรียน หลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ (ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนแต่ยังได้ฝึกภาษาจีน จากการใช้ชีวิตประจำวัน)
Q: จะไปเรียนต่อจีน ต้องใช้คะแนน CSCAไหม?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยที่สมัครค่ะ ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยชิงหัว (TsinghuaUniversity), มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) หรือกลุ่มมหาวิทยาลัยดัง ๆในเมืองใหญ่ ปัจจุบันเริ่มมีการบังคับใช้คะแนน CSCAเพื่อวัดระดับความรู้ทางวิชาการ (คณิตศาสตร์, ภาษาจีน, ภาษาอังกฤษ)ประกอบการรับสมัครค่ะ
(แต่ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยในเมืองรองหรือมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มชั้นนำมากนัก บางแห่งอาจไม่จำเป็นต้องใช้คะแนนCSCA และยังมีโอกาสได้รับทุนการศึกษาอีกด้วยค่ะ)
Q:ปริญญาจากจีน ใช้ทำงานในไทยได้ไหม?
ตอบ: ได้ค่ะ สามารถนำมาใช้สมัครงานในประเทศไทยได้ ทั้งในองค์กรเอกชน บริษัทจีนงานล่าม นักแปล การตลาด และโลจิสติกส์ โดยต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการ รับรองและนำวุฒิการศึกษาไปผ่านการรับรอง จากกงสุลจีนก่อนใช้งาน
Q:เรียนต่อจีนต้องใช้เงินเท่าไหร่ต่อปี?
ตอบ: หากไม่ได้รับทุน งบประมาณโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250,000 – 450,000 บาทต่อปีค่ะ
- ราคานี้รวมค่าเทอม ค่าที่พักและค่ากินอยู่แบบทั่วไป
- ค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นอยู่กับเมืองที่เลือกเรียนเช่น ปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้มักมีค่าครองชีพสูงกว่า เมืองอื่น





