เรียนภาษาจีนแบบไม่มีพื้นฐานควรเริ่มยังไงดี?
“อยากเรียนแต่ไม่มีพื้นฐานเลยจะเริ่มจากตรงไหนดี?”
ภาษาจีนยากไหม? เข้าใจก่อนเริ่ม จะเรียนได้ง่ายขึ้น ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนภาษาใหม่ๆ การเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของภาษา จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและเตรียมตัวได้ถูกทางมากขึ้น !
ข้อดีของการเรียนภาษาจีน
1. เป็นภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก
นอกจากภาษาอังกฤษแล้วภาษาจีนกลางเป็นภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดในโลก ทำให้การเรียนภาษาจีนช่วยเพิ่มโอกาสในการสื่อสารกับผู้คนจำนวนมาก ทั้งในด้านธุรกิจการท่องเที่ยว และการศึกษา
2. สามารถนำไปใช้ต่อยอดและใช้งานได้จริง
ภาษาจีนไม่ใช่แค่ภาษาเพื่อการสอบหรือการเรียนเท่านั้นแต่สามารถนำไปใช้ได้จริงใน ชีวิตประจำวันและการทำงาน เช่นงานด้านการค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การแปลภาษา และการทำงานร่วมกับบริษัทจีน
3. โครงสร้างประโยคมีความคล้ายกับภาษาไทย
ภาษาจีนมีรูปแบบการเรียงประโยคที่ใกล้เคียงกับภาษาไทยและไม่มีการผันคำกริยาหรือการแยก เพศเหมือนบางภาษาทำให้คนไทยสามารถเข้าใจโครงสร้างประโยคได้ค่อนข้างเร็ว
4. สามารถพบเห็นภาษาจีนได้ในชีวิตประจำวันในประเทศไทย
ในประเทศไทยมีการใช้ภาษาจีนในหลายพื้นที่โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวและย่านชุมชนชาวจีน เช่น ถนนเยาวราชการได้เห็นตัวอักษรจีนบ่อย ๆ จะช่วยให้ผู้เรียนคุ้นเคยกับภาษาและจำได้ ง่ายขึ้น
ข้อจำกัดหรือความท้าทายของการเรียนภาษาจีน
1. การออกเสียงและการเขียนค่อนข้างยากสำหรับคนที่เริ่มต้น
ภาษาจีนมี 4 โทนเสียง ซึ่งต่างจากภาษาไทยที่มี 5 เสียง ทำให้ผู้เริ่มต้นอาจสับสนได้ง่ายโดยเฉพาะคำที่สะกดเหมือนกันแต่เสียงต่างกัน ความหมายก็จะเปลี่ยนทันที *ช่วงแรกอาจรู้สึกว่าพูดยากแต่ถ้าฝึกฟังและเลียนเสียงบ่อย ๆ จะเริ่มชินเอง*
2. มีทั้งตัวอักษรจีนตัวย่อและตัวเต็ม
ภาษาจีนมีระบบตัวอักษร 2 แบบ คือ
- จีนตัวย่อ (简体字) ใช้ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่
- จีนตัวเต็ม (繁体字) ใช้ในไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า
คนที่พึ่งเริ่มเรียนบางคนอาจจะรู้สึกสับสนในช่วงแรกเพราะตัวอักษรทั้งสองแบบมีรูปแบบการ เขียนแตกต่างกัน
3. จำนวนตัวอักษรจีนมีเยอะมากและบางตัวมีลักษณะคล้ายกัน
ภาษาจีนมีตัวอักษรมากกว่า 30,000 ตัว ถึงแม้ในชีวิตประจำวันจะใช้แค่ไม่กี่พันตัวทำให้มักจะเจอปัญหาตัวอักษรที่หน้าตาคล้ายกันแต่ความหมายต่างกัน เช่น
- 买 (mǎi) แปลว่า ซื้อ
- 卖 (mài) แปลว่า ขาย
*ความคล้ายนี้ต้องใช้เวลาในการฝึกสังเกต ฝึกเขียนและจำ*
4. ตัวอักษรจีนต้องเขียนตามลำดับขีดและมีรายละเอียดมาก
ตัวอักษรจีนต้องเขียนตามลำดับขีดและบางคำมีขีดเยอะมาก โดยเฉพาะจีนตัวเต็ม ถ้าเขียนผิด ลำดับผิด หรือขาดขีดไปความหมายก็อาจเปลี่ยนหรืออ่านไม่ออกได้
5. ภาษาจีนมีหลายสำเนียง
ถึงแม้ว่าภาษาจีนกลางจะเป็นภาษามาตรฐานแต่ในความเป็นจริงคนจีนแต่ละพื้นที่ก็มีสำเนียง ต่างกัน เช่น ปักกิ่ง เสฉวนหรือกวางตุ้ง ทำให้ผู้เรียนใหม่ ๆ อาจรู้สึกว่าฟังยาก โดยเฉพาะตอนเจอเจ้าของภาษาพูดเร็ว
ขั้นตอนการเรียนภาษาจีนสำหรับผู้เริ่มต้น(Step-by-Step)
สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนภาษาจีนมาก่อนการเริ่มต้นอาจดูสับสน เพราะไม่รู้ว่าควร เรียนอะไรก่อนหลังแต่ถ้าเรียงลำดับให้ถูกตั้งแต่ต้น การเรียนจะง่ายขึ้นและไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ยังไม่จำเป็น ด้านล่างนี้คือขั้นตอนพื้นฐานที่แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น
1. ปูพื้นฐานพินอิน(Pinyin) และเสียงวรรณยุกต์ให้แม่นก่อน
พินอินคือระบบการถอดเสียงภาษาจีนด้วยอักษรโรมันซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการเรียน ภาษาจีนเพราะช่วยให้ผู้เรียนอ่านคำศัพท์และออกเสียงได้ถูกต้องตั้งแต่แรก
สิ่งที่ควรฝึกในขั้นตอนนี้ได้แก่
- พยัญชนะ
- สระ
- เสียงวรรณยุกต์ทั้ง 4 เสียง รวมถึงเสียงเบา
ถ้าออกเสียงผิดตั้งแต่ต้นอาจทำให้สื่อสารกับเจ้าของภาษาไม่เข้าใจในอนาคตดังนั้นช่วงแรกควรให้เวลากับการฝึกฟังและเลียนเสียงให้มากที่สุด
2. เริ่มเรียนคำศัพท์พื้นฐานและวลีที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน
หลังจากเริ่มอ่านพินอินได้แล้วขั้นตอนต่อไปคือการจำคำศัพท์พื้นฐาน โดยแนะนำให้เริ่มจากระดับต้นเช่นคำศัพท์ในระดับ HSK 1–2 ซึ่งเป็นคำที่ใช้บ่อยและนำไปใช้ได้จริง เช่น
- ตัวเลข
- สมาชิกในครอบครัว
- อาหาร
- สี
- คำทักทายพื้นฐาน เช่น 你好 (nǐ hǎo)
การเริ่มจากคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันจะช่วยให้เห็นภาพการใช้งานจริง และทำให้การเรียน ไม่น่าเบื่อ
3. ฝึกการฟังและพูดก่อนฝึกเขียน
หลายคนมักจะกังวลเรื่องการเขียนตัวอักษรจีนแต่ในความเป็นจริง การฟังและการพูด ควรเป็นทักษะที่ฝึกก่อนเพราะเป็นพื้นฐานของการสื่อสาร ซึ่งสามารถฝึกได้จาก
- วิดีโอสอนภาษาจีน
- ซีรีส์หรือคลิปสั้น ๆ
- หรือแอปเรียนภาษา เช่น Duolingo, Hello Chinese
การฟังบ่อยๆ และพูดตาม จะช่วยให้คุ้นเคยกับจังหวะและสำเนียงของภาษาจีนก่อนที่จะไปโฟกัสเรื่องการเขียนที่ซับซ้อนกว่า
4. เรียนรู้โครงสร้างประโยคและไวยากรณ์พื้นฐาน
ภาษาจีนมีไวยากรณ์ที่ไม่ซับซ้อนเท่าหลายภาษาโครงสร้างหลักของประโยคคือ
ประธาน+ กริยา + กรรม (มีโครงสร้างไวยากรณ์คล้ายภาษาไทย)
เมื่อรู้คำศัพท์แล้วผู้เรียนควรเริ่มฝึกแต่งประโยคสั้น ๆ ด้วยตัวเอง เช่น แนะนำตัว บอกความชอบหรือถามคำถามง่าย ๆ เพื่อให้สามารถนำภาษาไปใช้จริงได้เร็วขึ้น
5. ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และสร้างสภาพแวดล้อมให้ตัวเองคุ้นเคยกับภาษาจีน
การเรียนภาษาให้ได้ผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเรียนครั้งละนาน ๆ แต่ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอ ในทุกวันการฝึกวันละเล็กน้อยแต่ต่อเนื่อง จะช่วยให้สมองจดจำภาษาได้ดีกว่า สามารถสร้างสภาพแวดล้อมภาษาจีนรอบตัวได้ง่ายๆ เช่น
- เปลี่ยนภาษาบนมือถือหรือโซเชียลมีเดียเป็นภาษาจีน
- ดูซีรีส์หรือวิดีโอภาษาจีนพร้อมซับ
- ฟังเพลงจีนระหว่างเดินทาง
- หรือฝึกผ่านแอปเรียนภาษาเป็นประจำทุกวัน
วิธีนี้เรียกว่า Immersion หรือการทำให้ตัวเองอยู่กับภาษานั้นบ่อยที่สุดซึ่งเป็นวิธีที่ผู้เรียนภาษา ทั่วโลกใช้และได้ผลจริง
สรุปขั้นตอนแบบสั้น ๆ
- ฝึกพินอินและวรรณยุกต์
- จำคำศัพท์พื้นฐาน
- ฝึกฟังและพูดก่อนเขียน
- เรียนโครงสร้างประโยค
- ฝึกทุกวันและสร้างสภาพแวดล้อมภาษาจีนรอบตัว
แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะสื่อสารภาษาจีนได้?
ถ้าเรียนภาษาจีนแบบจริงจังและมีโอกาสใช้ภาษาเป็นประจำผู้เรียนส่วนใหญ่สามารถ สื่อสารในชีวิตประจำวันได้ภายในประมาณ 3–6 เดือน แต่ถ้าเรียนในรูปแบบทั่วไปเช่น เรียนสัปดาห์ละไม่กี่ครั้งหรือเรียนด้วยตัวเอง อาจใช้เวลาประมาณ 1–2 ปี กว่าจะเริ่มพูดได้คล่องขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอของแต่ละคน จำนวนชั่วโมงที่ฝึกและโอกาส ในการใช้ภาษาจริง
ทางเลือกสำหรับคนที่อยากพัฒนาเร็ว เรียนภาษาจีนที่จีน 1 ปี
สำหรับคนที่ต้องการพัฒนาภาษาจีนอย่างจริงจังในระยะเวลาไม่นานการไปเรียนภาษา ที่ประเทศจีนเป็นเวลา 1 ปี ถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากเพราะนอกจากจะได้เรียนใน ห้องเรียนแล้ว ยังได้ฝึกใช้ภาษาจริงตลอดเวลาซึ่งช่วยให้พัฒนาทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียนได้พร้อมกัน ถ้าคุณกำลังสนใจไปเรียนภาษาที่ประเทศจีนแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นยังไง หรือควรเลือกมหาวิทยาลัยแบบไหนดีการลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อจีนอย่าง LIFP Thailand ก็ช่วยให้วางแผนได้ง่ายขึ้นไม่ต้องนั่งหาข้อมูลเองทุกขั้นตอน และยังช่วยแนะนำ เรื่องสมัครเรียน เตรียมเอกสารรวมถึงเลือกหลักสูตรที่เหมาะกับตัวเราได้ด้วย
ปรึกษาเรียนต่อที่จีนคลิกลิงก์นี้ได้เลยยย
สรุปไม่มีพื้นฐานก็เริ่มเรียนภาษาจีนได้ถ้าเริ่มอย่างถูกวิธี
จริง ๆแล้วการเริ่มเรียนภาษาจีนไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิด โดยเฉพาะถ้าเริ่มจากพื้นฐานให้ถูก เช่น เรียนพินอินก่อน ค่อย ๆ จำคำศัพท์ และฝึกฟัง–พูดทุกวันแม้จะไม่มีพื้นฐาน เลย ก็สามารถพัฒนาได้เหมือนกัน
ภาษาจีนอาจจะดูยากในช่วงแรกแต่ถ้าฝึกสม่ำเสมอและได้ใช้ภาษาในชีวิตจริงบ่อย ๆก็จะเริ่มสื่อสารได้เร็วขึ้นแบบที่ตัวเองก็อาจจะยังแปลกใจเลยด้วยซ้ำไม่ว่าคุณจะเลือกเรียนด้วย ตัวเอง เรียนคอร์สออนไลน์หรือวางแผนไปเรียนที่ประเทศจีน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นและ ไม่หยุดฝึกฝนเพราะยิ่งใช้ภาษาเยอะเท่าไร ก็ยิ่งเก่งเร็วขึ้นเท่านั้น
ถ้าคุณกำลังคิดอยู่ว่าอยากไปเรียนภาษาที่จีนแต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง หรือควรเตรียม อะไรบ้างก็สามารถลองปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญอย่าง LIFP Thailand เพื่อช่วยแนะนำและวางแผนให้ได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลเองทั้งหมด
ถ้าสนใจอยากเรียนต่อหรืออยากปรึกษาเพิ่มเติมคลิกลิงก์ด้านล่างได้เลยค่ะ





