มหาลัยที่เด่นด้าน MBA ในประเทศจีน
ปัจจุบันแทบปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่เรียนต่อโทเมืองนอกมักจะเลือกเรียนต่อในหลักสูตร MBA (Master of Business Administration) หรือบริหารธุรกิจนั่นเองซึ่งการเรียนต่อคณะนี้จะได้ศึกษาหลากหลายองค์ความรู้ในด้านการบริหารธุรกิจโดยเฉพาะเช่น การจัดการเชิงกลยุทธ์ การเงิน/บัญชี การตลาด การบริหารทรัพยากรบุคคลเศรษฐศาสตร์ ที่สามารถนำไปต่อยอดการเป็นผู้ประกอบการได้ในอนาคตโดยมหาวิทยาลัยในประเทศจีนเองก็มีหลักสูตร BBA (สำหรับป.ตรี)และ MBA (สำหรับป.โท) ซึ่งสามารถครอบคลุมความต้องการของผู้เรียนในระดับชั้นปริญญาตรี-โทได้และยังมีการแบ่งหลักสูตรภาคจีนและภาคอินเตอร์เพื่อสอดคล้องกับความถนัดด้านภาษาของนักเรียนต่างชาติอีกด้วยวันนี้ LIFP Thailand จะมาแนะนำการเรียนต่อคณะบริหารธุรกิจในประเทศจีนในน้อง ๆ รู้จักกันค่ะ
หลักสูตรบริหารธุรกิจระดับปริญญาตรีในประเทศจีน
หลักสูตรในปริญญาตรีเราจะเรียกว่า BBA (Bachelorof Business Administration) เหมาะกับน้อง ๆที่สนใจการเรียนบริหารธุรกิจ การตลาด การเงิน/บัญชีเรียนรอบด้านเพื่อให้รู้จักการเป็นผู้ประกอบการ เหมาะกับน้อง ๆ ที่สนใจการทำธุรกิจหรือเป็นผู้ประกอบการในอนาคต ส่วนมากคนที่เลือกไปเรียนบริหารธุรกิจในประเทศจีนมักจะเลือกหลักสูตรภาคอินเตอร์ 4 ปี โดยเกณฑ์คะแนนป.ตรี BBA จะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้
ภาคอินเตอร์
- อายุ 18-25 ปี
- วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่า
- คะแนน Ielts 5.5 หรือ Toefl 80 ขึ้นไป
- คะแนน CSCA ภาษาอังกฤษ (ในบางมหาลัย)
ภาคจีน
- อายุ 18-25 ปี
- วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่า
- คะแนน HSK4 180 คะแนนขึ้นไป
- คะแนน CSCA ภาษาจีน (ในบางมหาลัย)
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับการเข้าปริญญาตรี BBA ในมหาวิทยาลัยของประเทศจีนซึ่งยังไม่รวมการสอบสัมภาษณ์ที่ยังเป็นเกณฑ์ชี้วัดในการรับเลือกเข้าศึกษาต่ออีกด้วยแต่หากน้อง ๆ คนไหนที่อยากเรียนภาคภาษาจีนแต่ยังไม่มีผลสอบ HSK ทางเอเจนซี่ก็จะมีทางเลือกให้กับน้อง ๆ อย่างเช่นการเรียนหลักสูตรปริญญาตรี 1+4 เป็นการปรับพื้นฐานภาษาจีนในปีแรกเพื่อเริ่มต้นจาก 0 ไป 4 ใน 1 ปี โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเราจะเรียนไม่ทันเพื่อนแถมยังได้ปรับตัวกับประเทศจีนช่วงแรกก่อนขึ้นเรียนต่อปริญญาตรีแต่ในกรณีที่ต้องการเรียนภาคอินเตอร์ จะไม่มีหลักสูตร 1+4 เช่นเดียวกับภาคภาษาจีนเพราะฉะนั้นอยากเข้าเรียนต่อภาคภาษาอะไร ก็จงเตรียมเอกสารและผลสอบให้พร้อมไว้นะ
หลักสูตรบริหารธุรกิจระดับปริญญาโทในประเทศจีน
หลักสูตรในปริญญาโทเราจะเรียกว่า MBA (Master ofBusiness Administration) เหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อนและต้องการอัปสกิลสำหรับการเป็นผู้ประกอบการ ต้องการขยายธุรกิจพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดโดยเฉพาะเหมาะกับคนที่ต้องการเติบโตด้านการเป็นผู้บริการระดับสูง เจ้าของธุรกิจผู้ที่ต้องการคอนเนคชั่นทางธุรกิจ เป็นต้น คนที่ต้องการไปเรียนคณะนี้ในประเทศจีนส่วนใหญ่ก็มักจะเรียนต่อในภาคอินเตอร์เช่นกันแต่จริง ๆ ภาคจีนในระดับโทของสายนี้ก็เยอะไม่แพ้กัน ในระดับป.โทนี้เรียนทั้งสิ้น2-3 ปีขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย แต่ในอนาคตประเทศจีนจะมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้เป็น 3 ปีทั้งหมด มาดูคุณสมบัติเบื้องต้นกันค่ะ
ภาคอินเตอร์
- อายุ 24-40 ปี(ข้อกำหนดขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย)
- วุฒิปริญญาตรี
- คะแนน Ielts 6.0 ขึ้นไป
ภาคจีน
- อายุ 24-40 ปี(ข้อกำหนดขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย)
- วุฒิปริญญาตรี
- คะแนน HSK5 180 คะแนนขึ้นไป
ทุกคนจะเห็นข้อแตกกต่างได้ว่าในหลักสูตรของป.โทนั้นทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีความต้องการของผลสอบ CSCA เนื่องจากผลสอบ CSCA นั้นทางกระทรวงการศึกษาจีนจัดทำขึ้นเพื่อคัดเลือกนักเรียนระดับชั้นปริญญาตรีเท่านั้นนอกจากนี้หากใครที่ต้องการต่อป.โทภาคภาษาจีน แต่ไม่มีผลสอบ HSK ก็จะเป็นกรณีเดียวกับป.ตรีเลย เอเจนซี่จะแนะนำหลักสูตรป.โท 1+3 ในปีแรกจะต้องเรียนปรับพื้นฐานภาษาจีนจาก 0 ไป 5 ซึ่งความยากมากกว่าปริญญาตรีแน่นอนเพราะการเรียนต่อป.โทได้นั้นจะต้องมีทักษะภาษาที่แข็งแรงเพื่อเข้าใจเนื้อหาการเรียนการสอนที่เข้มข้นมากกว่าระดับปริญญาตรีจึงอยากให้ผู้ที่สนใจต่อปริญญาโทภาคจีนทุกคน มีทักษะภาษาจีนเบื้องต้นก่อนดีกว่าค่ะเพื่อรับรองได้ว่าเราจะสามารถสอบ HSK5 ในปีแรกได้และยื่นต่อป.โทได้ทันเวลานั่นเอง
แนะนำมหาลัยที่เด้นด่านบริหารธุรกิจ Ranking ดีในประเทศจีน
Sun Yat-sen University (中山大学)
เป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อปของจีนตอนใต้และถือเป็นหนึ่งในมหาลัยชื่อดังระดับประเทศ อยู่กลุ่ม 985 / DoubleFirst Class มีชื่อเสียงมากทั้งสายวิชาการและตลาดงานโดยเฉพาะในเขตกวางตุ้ง
จุดเด่น
- เด่นด้าน บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ แพทย์ วิทยาศาสตร์
- บริษัทในกวางโจว เซินเจิ้น ฮ่องกง รู้จักชื่อมหาลัยนี้ดี
- ระบบมหาลัยใหญ่ ทรัพยากรเยอะ
- เครือข่ายศิษย์เก่าแข็งแรง
บรรยากาศ
- ทันสมัย คึกคัก มีนักศึกษาต่างชาติเยอะคนเมืองนี้เปิดกว้าง
เหมาะกับใคร
- คนอยากเรียนมหาลัยดัง +เน้นงานสายธุรกิจหลังเรียนจบ
Xiamen University (厦门大学)
เป็นหนึ่งในมหาลัยสวยที่สุดของจีนและมีชื่อเสียงมากด้านบริหารธุรกิจ บัญชี การเงิน เศรษฐศาสตร์ได้รับการยอมรับสูงมาก
จุดเด่น
- สาย Business / Accounting / Finance แข็งมาก
- ชื่อเสียงดีในวงการธุรกิจ
- มีความเป็นอินเตอร์สูง
- รับนักศึกษาต่างชาติค่อนข้างดี
บรรยากาศ
- เมืองชิล สวย เหมาะกับการใช้ชีวิตนักศึกษาหลายคนชอบมาก
เหมาะกับใคร
- คนอยากเรียนดี ใช้ชีวิตดีไม่ชอบเมืองใหญ่เครียด ๆ
Sichuan University (四川大学)
มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่งของจีนอยู่เมืองเฉิงตู เป็นมหาลัยใหญ่ที่มีหลายคณะและชื่อเสียงระดับประเทศ
จุดเด่น
- เด่นหลายด้าน ทั้งบริหาร ภาษา วิศวะ แพทย์
- Campus ใหญ่ ทรัพยากรเยอะ
- Ranking ดีต่อเนื่อง
- ชื่อเสียงแข็งแรงในจีนตะวันตก
บรรยากาศ
- คนสบาย ๆ เมืองมีไลฟ์สไตล์ดีไม่เร่งรีบเกินไป
เหมาะกับใคร
- คนอยากได้มหาลัยใหญ่ คุณภาพดีใช้ชีวิตสมดุล
Wuhan University (武汉大学)
มหาลัยเก่าแก่ชื่อดังของจีน Ranking สูงมาก ติด Top 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน เป็นมหาลัยที่คนจีนรู้จักดีภาพลักษณ์แข็งแรง และมีความภูมิฐาน
จุดเด่น
- เด่นด้านธุรกิจ กฎหมาย รัฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์
- มีชื่อเสียงทั่วประเทศ
- ศิษย์เก่ามีอิทธิพลในหลายวงการ
- ภาพลักษณ์ “มหาลัยหัวกะทิ”
บรรยากาศ
- มหาลัยสวยมาก มีต้นซากุระดังในจีน
เหมาะกับใคร
- คนอยากได้ชื่อมหาลัย มีภาพลักษณ์ดีเป็นที่รู้จักในหมู่คนจีน
Nankai University (南开大学)
มหาลัยเก่าแก่ระดับประเทศ เด่นมากด้านเศรษฐศาสตร์ บริหาร การเงินและมนุษยศาสตร์ ได้รับความเคารพในวงการวิชาการจีนมาก
จุดเด่น
- สาย Business / Econ แข็งมาก
- วิชาการแน่น
- ใกล้ปักกิ่ง โอกาสได้งานเมืองหลวง
- ชื่อเสียงคลาสสิก มีคุณค่าในสายตาคนจีน
บรรยากาศ
- สงบเป็นเมืองสำหรับเรียนมากกว่าเมืองท่องเที่ยว
เหมาะกับใคร
- คนเน้นเรียนจริงจังอยากเข้าวงการธุรกิจ/ราชการ/องค์กรใหญ่
ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนบริหารธุรกิจในประเทศจีน
ทุกคนรู้ไหมประเทศจีนได้มีการให้ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติด้วยนะ ซึ่งมีทุนหลากหลายประเภทที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับนักเรียนและผู้ปกครองวันนี้จะมาแนะนำทุนสั้น ๆ คร่าว ๆ กันค่ะ
- ทุนรัฐบาลจีน (Chinese Scholarship Council - CSC)
เป็นทุนเต็มจำนวนที่มอบโดยรัฐบาลจีนให้กับนักเรียนต่างชาติเพื่อศึกษาระดับปริญญาตรีโท เอก และหลักสูตรภาษา ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ที่พัก ประกันสุขภาพและค่าครองชีพรายเดือน (~2,500-3,500 หยวน) ขณะอยู่ประเทศจีนซึ่งแน่นอนผู้ที่ต้องการสมัครทุนไม่ได้มีแค่เด็กไทยเพียงเท่านั้นแต่เรายังต้องแข่งขันกับนักเรียนต่างชาติทั่วโลกที่สมัครทุนนี้ค่ะ เรียกได้ว่าเป็นโครงการทุนที่ครอบคลุมแทบจะทุกค่าใช้จ่ายพื้นฐานของการศึกษาการแข่งขันสำหรับทุนนี้จึงจะสูงมากค่ะ
- ทุนมหาวิทยาลัยจีน(University Scholarship)
มหาวิทยาลัยแจกทุนเองเช่น ลดค่าเทอม 50%-100% หรือฟรีค่าเทอม ค่าที่พักไปเลยทั้งคู่การแข่งขันสำหรับทุนประเภทนี้ก็จะน้อยลงมาหน่อย เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่ไม่ต้องการทุนเยอะเต็มจำนวนการแข่งขันต่ำ เพราะมหาลัยจะให้ทุนแค่บางส่วนเท่านั้น ผู้สมัครจึงไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้สมัครทุนรัฐบาลจีนค่ะ
- ทุนรัฐบาลมณฑล/ เมือง (Provincial/ Municipal Scholarship)
ถือว่าเป็นทุนที่ก้ำกึ่งระหว่างทุนรัฐบาลและทุนมหาวิทยาลัยจีนเลยค่ะทุนนี้จะให้โดยรัฐบาลของมณฑลหรือเมืองนั้น ๆ ซึ่งทุนจะค่อนข้างครอบคลุมพอ ๆ กับทุนรัฐบาลจีน (ทั้งนี้เงื่อนไขการให้ทุนของแต่ละมหาวิทยาลัยไม่เหมือนกันค่ะ) การให้ทุนจากรัฐบาลมณฑลนั้นจะมีการไล่ระดับทุนที่แตกต่างกันไปมีตั้งแต่ระดับทุนที่ฟรีทุกอย่าง ทั้งค่าเทอม ค่าที่พัก ค่าครองชีพไปจนถึงทุนที่ให้แค่บางส่วน ทั้งนี้ทางรัฐบาลมณฑลจะพิจารณาเกณฑ์จากผลการเรียนและการสัมภาษณ์ของนักเรียนการแข่งขันก็จะน้อยกว่าทุนรัฐบาลจีนค่ะ แต่ยังถือว่ามีความหลากหลายให้ลุ้นมากกว่าทุนรัฐบาลจีนและทุนมหาวิทยาลัย
ทุกคนจะเห็นได้ว่ารัฐบาลจีนค่อนข้างเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อในประเทศจีนเพราะเขาต้องการเผยแพร่ภาษา วัฒนธรรมจีนให้คนรู้จักทั่วโลกจนกลายเป็น Soft Power เมื่อคนจีนไปค้าขายหรือทำธุรกิจที่ใดก็จะสะดวกกับประชากรในประเทศของเขาค่ะถือเป็นผลพลอยได้ที่ทำให้เราเชื่อมวัฒนธรรมการค้าขายกับคนจีนได้เลย
ถึงแม้ว่าทางประเทศจีนจะให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนต่างชาติแต่เราก็ต้องมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินก่อนค่ะ เพราะบางทีเราอาจไม่ได้เงินตรงตามเวลาทุกเดือนจะเป็นการออกค่าใช้จ่ายเองก่อนแล้วทางรัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยจึงจะทบยอดทุนกลับมาให้เรา
แล้วในกรณีที่ไม่อยากแข่งขันไม่อยากสมัครทุนล่ะ อยากจ่ายค่าเทอมค่าหอเองได้ไหม
แน่นอนว่าได้อยู่แล้ว เพราะจะไม่ทำให้ผู้สมัครกดดันและมหาวิทยาลัยก็ได้กำไรด้วยหากต้องการศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาตรีมีค่าใช้จ่ายดังนี้
ภาคอินเตอร์
- ค่าเทอม เริ่มต้น 17,500 หยวนต่อปี
- ค่าหอพักในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นที่ 2,500 หยวนต่อปี
ภาคจีน
- ค่าเทอม เริ่มต้น 15,000 หยวนต่อปี
- ค่าหอพักในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นที่ 2,500 หยวนต่อปี
กรณีปริญญาโทมีค่าใช้จ่ายดังนี้
ภาคอินเตอร์
- ค่าเทอม เริ่มต้น 29,000 หยวนต่อปี
- ค่าหอพักในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นที่ 1,600 หยวนต่อปี
ภาคจีน
- ค่าเทอม เริ่มต้น 25,000 หยวนต่อปี
- ค่าหอพักในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นที่ 1,200 หยวนต่อปี
ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้เป็นเพียงราคาเริ่มต้นในบางมหาวิทยาลัยก็ราคาแตกต่างกันไป และยังไม่รวมกับค่าเอกสารใบสมัครของมหาวิทยาลัยค่าเอกสารแปล การตรวจสุขภาพ ค่าตั๋วเครื่องบิน วีซ่า หรือเอกสารอื่น ๆ ทั้งหมดนักเรียนต้องออกค่าใช้จ่ายเองหากน้อง ๆ ต้องการทราบราคาที่แน่ชัดสำหรับมหาวิทยาลัยที่สนใจสามารถติดต่อไลน์มาได้เลยค่ะ
เอกสารที่ใช้สมัคร
เอกสารทั้งหมดใช้เป็นภาษาอังกฤษ หากไม่มีฉบับภาษาอังกฤษต้องนำไปแปลให้เป็นภาษาอังกฤษกับบริษัทที่มีตราประทับรับรองการแปล
สำหรับปริญญาตรี
- Passport
- วุฒิการศึกษา
- Transcript
- ผลสอบ HSK หรือ IELTS(ถ้ามี)
- ผลสอบ CSCA (ถ้ามี)
- Study Plan
- Recommendation Letter จากคุณครู 2 ฉบับ
- ใบตรวจสุขภาพสำหรับไปประเทศจีน
- รูปถ่ายวีซ่าจีน พื้นหลังขาว 2 นิ้ว
- Bank Statement 200,000-400,000 บาท
- ใบรับรองความประพฤติ
สำหรับปริญญาโท
- Passport
- วุฒิการศึกษา
- Transcript
- ผลสอบ HSK หรือ IELTS(ถ้ามี)
- Study Plan
- RecommendationLetter จากศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์ 2 ฉบับ
- ResearchPlan
- ใบตรวจสุขภาพสำหรับไปประเทศจีน
- รูปถ่ายวีซ่าจีน พื้นหลังขาว 2 นิ้ว
- BankStatement 250,000-500,000 บาท
- ใบรับรองความประพฤติ
น้อง ๆ คนไหนที่สนใจเรียนต่อปริญญาที่ประเทศจีนหากต้องการที่ปรึกษาดูแลด้านเอกสาร การสมัครทุนหรือแบบจ่ายเอง ต้องการใช้ความสะดวกสบายสามารถติดต่อบริการเอเจนซี่LIFPThailand ครบจบในที่เดียว ติดต่อพวกเราตามคอนแทคด้านล่างได้เลยค่ะ





