ทุน 1+4 จีน คืออะไร?
รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ สำหรับคนไม่มีพื้นฐานจีน(อัปเดต 2569)
การไปเรียนต่อต่างประเทศโดยเฉพาะ “ประเทศจีน” กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบันแต่ปัญหาใหญ่ของนักเรียนไทยหลายคนคือ “ไม่มีพื้นฐานจีน” หรือ “ไม่มีผลสอบ HSK” ทำให้พลาด โอกาสดี ๆ ไปแต่รู้หรือไม่ว่าในปี 2569 นี้มีทุนประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ นั่นก็คือ ทุนจีน 1+4
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของโครงการทุนจีน 1+4 ว่าคืออะไร ครอบคลุม อะไรบ้าง และทำอย่างไรถึงจะได้ไปเรียน!
ทุนจีน 1+4 คืออะไร

ทุนจีน 1+4 คือทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่รวมระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี โดยแบ่งหลักสูตรออกเป็น:
- 1 ปีแรก: เรียนปรับพื้นฐานภาษาจีน เพื่อเตรียมความพร้อมและสอบให้ได้ระดับ HSK ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
- 4 ปีหลัง: เข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ในคณะและสาขาวิชาที่เลือกไว้หลังจากสอบผ่าน HSK
*ทุนนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่อยากเรียนต่อแต่ไม่มีพื้นฐานจีน เพราะไม่ต้องยื่นผล HSK ในตอนสมัครช่วงแรก(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละมหาวิทยาลัย)
ข้อดีของทุน 1+4 จีน

- ไม่มีพื้นฐานภาษาจีนก็สามารถสมัครได้
- ตอนสมัครไม่ต้องใช้ผลสอบHSK
- มีเวลา 1ปีเต็มในการปูพื้นฐานภาษา ได้ปรับตัวกับวัฒนธรรม และการใช้ชีวิตในประเทศจีน
- ช่วยลดความกดดันก่อนเข้าสู่การเรียนปริญญาตรี
- มีเวลาปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ
- ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะทุนส่วนใหญ่มักครอบคลุมทั้งค่าเทอมและค่าที่พัก
ทุนจีน 1+4 เหมาะกับใคร

- คนที่ ไม่มีพื้นฐานภาษาจีนหรือมีพื้นฐานน้อย
- คนที่อยากเรียนต่อปริญญาตรีที่จีนแต่ยังไม่พร้อมด้านภาษา
- คนที่ต้องการเวลาปรับตัวกับวัฒนธรรมและระบบการเรียนของจีน
- คนที่อยากเริ่มเรียนอย่างค่อยเป็นค่อยไปลดความเสี่ยงในการเรียนไม่ทัน
ใน 5 ปี เรียนอะไรบ้าง
1 ปี ปรับพื้นฐานภาษาจีนเรียนอะไรบ้าง
เน้นทักษะ 4 ด้าน (ฟัง, พูด, อ่าน, เขียน) ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น:
- เทอม 1: เน้นการออกเสียง (Pinyin), บทสนทนาพื้นฐาน และอักษรจีนเบื้องต้น
- เทอม 2: เน้นไวยากรณ์ การเขียน และการเตรียมตัวสอบ HSK 4 หรือ HSK 5
4 ปี ปริญญาตรีเรียนอะไรบ้าง
- วิชาที่เรียน: ขึ้นอยู่กับคณะที่เลือก เช่น บริหารธุรกิจ, การตลาด, วิศวกรรม,หรืออักษรศาสตร์
- สภาพแวดล้อม: เรียนร่วมกับนักศึกษาจีนหรือนักศึกษาต่างชาติ (แล้วแต่หลักสูตร)
โครงการปริญญาตรี1+4 สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก
1) โครงการปริญญาตรี 1+4 / 4 ปี(เรียนมหาวิทยาลัยเดิมต่อเนื่อง)

ลักษณะโครงการ: เป็นโครงการที่นักศึกษาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันตลอดระยะที่เวลาเรียนแบ่งเป็น 2 รูปแบบ
- แบบ 1+4: เรียนปรับพื้นฐานภาษาจีน 1 ปี + ปริญญาตรี 4 ปี (ไม่ใช้ผลสอบ HSK)
-มีทุนการศึกษาสนับสนุนระหว่างเรียนปรับภาษา
- แบบ 4 ปี: เข้าเรียนปริญญาตรีทันที (ไม่ต้องเรียนปรับภาษา 1 ปี แต่บางมหาวิทยาลัย อาจใช้ผลสอบ HSK)
-มีทุนสนับสนุนค่าเทอมค่าที่พัก และอาจจะมีค่าครองชีพให้ในบางมหาวิทยาลัย
เหมาะกับใคร:
- คนที่ไม่มีพื้นฐานภาษาจีน หรือยังไม่มีคะแนน HSK
- คนที่ต้องการความต่อเนื่องไม่อยากย้ายมหาวิทยาลัย
- คนที่อยากใช้ชีวิตและเรียนในเมืองเดียวตลอดหลักสูตรการเรียน
จุดเด่น:
- ความกดดันในการเรียนน้อยกว่ารูปแบบอื่น
- เหมาะกับคนเริ่มต้นและคนที่อยากค่อยๆ ปรับตัว
2) โครงการปริญญาตรี 1+4(มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน)

ลักษณะโครงการ: เรียนปรับพื้นฐานภาษาจีน1 ปีในมหาวิทยาลัยระดับ Top ของจีน (เช่น กลุ่ม มหาวิทยาลัย C9 League) จากนั้นต้องสอบผ่านระดับ HSK ตามเกณฑ์ที่กำหนด เมื่อผ่านแล้วจึงสามารถยื่นเข้าเรียนต่อปริญญาตรีอีก 4 ปี ในคณะและสาขาที่เลือก
เหมาะกับใคร:
- คนที่ตั้งเป้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน
- คนที่ต้องการคุณภาพการเรียนการสอนระดับสูง
- คนที่ยอมรับแรงกดดันด้านการสอบและการแข่งขันได้
จุดเด่น:
- ได้เรียนภาษากับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ
- เพิ่มโอกาสเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับ Top
ข้อควรพิจารณา:
- ค่าใช้จ่ายโดยรวมค่อนข้างสูง
3) โครงการปริญญาตรี 1+4 (LIFP)

ลักษณะโครงการ: เป็นโครงการทุนเรียนต่อจีนที่ออกแบบโดย LIFP ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียน ภาษาจีน 1 ปีพร้อมทุนเต็มในปีแรก(ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมและค่าที่พัก) หลังจากเรียนปรับภาษาแล้วสามารถเลือกมหาวิทยาลัยสำหรับเรียนต่อปริญญาตรีได้อย่างอิสระ
เหมาะกับใคร:
- คนที่ไม่มีพื้นฐานภาษาจีนเลย
- คนที่ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกสาขาใด
- คนที่อยากทดลองใช้ชีวิตในประเทศจีนก่อนตัดสินใจเรียนระยะยาว
จุดเด่น:
- ปีแรกฟรีค่าเทอมและค่าหอพัก
- ความเสี่ยงต่ำสมัครง่าย
- มีความยืดหยุ่นในการเลือกมหาวิทยาลัยในอนาคต
ป.ตรี 1+4 VS ป.ตรี 4 ปี แตกต่างกันอย่างไร

เมืองยอดนิยมที่เหมาะกับการเรียน
ปักกิ่ง(Beijing)
- เมืองหลวงของจีนศูนย์กลางการศึกษาและการเมือง
- มีมหาวิทยาลัยชั้นนำจำนวนมาก
- สำเนียงจีนกลางมาตรฐานเหมาะมากสำหรับผู้เรียนภาษาจีน

เซี่ยงไฮ้(Shanghai)
- เมืองนานาชาติทันสมัย
- มหาวิทยาลัยชั้นนำจำนวนมาก
- เหมาะกับสายธุรกิจบริหาร การเงิน และอินเตอร์

- เมืองน่าอยู่ค่าครองชีพไม่สูง
- บรรยากาศสบายเหมาะกับนักเรียนต่างชาติ
- มีมหาวิทยาลัยคุณภาพหลายแห่ง

ซีอาน(Xi’an)
- เมืองประวัติศาสตร์สำคัญของจีน
- ค่าครองชีพไม่สูง
- เหมาะกับผู้เริ่มต้นเรียนจีนและอยากซึมซับวัฒนธรรม

ฉงชิ่ง(Chongqing)
- เมืองภูเขา วิวสวย
- เป็นศูนย์กลางการศึกษาและอุตสาหกรรม
- ค่าครองชีพไม่สูง

- เงื่อนไขพื้นฐานที่พบบ่อย ได้แก่
- อายุประมาณ 18–25ปี
- จบ ม.6หรือเทียบเท่า
- เกรดเฉลี่ย ควรมีGPA 2.50 ขึ้นไป (บางมหาวิทยาลัยอาจต้องการ 3.00+)
- สุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง
- ไม่มีประวัติอาชญากรรม
สรุป
ทุน 1+4จีน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศจีนแต่ยังไม่มีพื้นฐาน ภาษาจีน หรือยังไม่มั่นใจว่าตัวเองพร้อมแค่ไหนเพราะทุนนี้เปิดโอกาสให้มีเวลา 1 ปีในการเรียนภาษา ปรับตัว และเตรียมความพร้อมก่อนจะก้าวเข้าสู่การเรียนมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง
หากยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน LIFP THAILAND คือทีมที่คอยช่วยดูแลตั้งแต่การเลือกโครงการ เตรียมเอกสาร สมัครเรียนไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนเดินทาง เหมาะสำหรับคนที่อยากไปเรียนจีนอย่างมั่นใจโดยไม่ต้อง ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทุน 1+4 จีน- ทุน 1+4 จีน เรียนยากไหม
ตอบ ไม่ยากเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีปีปรับภาษา และการเรียนจะค่อย ๆเพิ่มระดับความยาก
- ปิดรับสมัครช่วงไหน
ตอบ ส่วนใหญ่เปิดรับสมัคร ปีละ 1–2 รอบ ตั้งแต่ปลายปีจนถึงกลางปีขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย และประเภททุน
- ต้องสอบ HSKระดับไหนถึงจะเรียนต่อปริญญาตรีได้
ตอบ ระดับ HSK ที่ใช้ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและสาขาที่เลือกส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ HSK 4–6 โดยสาขาที่ใช้ภาษาจีน (เช่น อักษรศาสตร์)มักจะต้องการระดับที่ค่อนข้างสูง
- ถ้าสอบ HSK ไม่ผ่านจะเกิดอะไรขึ้น
ตอบ ถ้าสอบไม่ผ่านตามเกณฑ์ อาจต้องสอบใหม่หรือยื่นเข้าคณะ/สาขา ที่ใช้คะแนน HSK ต่ำกว่า (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละมหาวิทยาลัย)





